03 พฤศจิกายน 2569
กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าสู่ระบบได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน
หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ลงทะเบียนได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน



ปิดหน้าต่าง
ปิดหน้าต่าง
มีอีเมล์นี้ในระบบแล้ว
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
กรุณายืนยันอีเมลของท่าน เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการส่งรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
แหล่งที่มา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่นล่าสุด
ข่าวประชาสัมพันธ์
Asian Water Council (AWC) | จากนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่ออนาคตการบริหารจัดการน้ำของเอเชีย เมื่อวิกฤตน้ำจาก Climate Change ทวีความรุนแรงขึ้น การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจึงต้องอาศัยมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องผสาน “นโยบาย ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือ” เข้าด้วยกัน นายรสุ สืบสหการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน พร้อมด้วย นายสรายุทธ อิ่มใจ นายจำนง ภัทรวิหค และ นางสาวมลจิรา ทองเทพ เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการ (Technical Seminar) ภายใต้การประชุม Asian Water Council (AWC) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สะท้อนแนวโน้มและทิศทางสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 🔹 1. ความร่วมมือระดับภูมิภาค คือกุญแจสำคัญของความมั่นคงด้านน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้หลายประเทศในเอเชียเผชิญอุทกภัย ภัยแล้ง และปัญหาคุณภาพน้ำที่รุนแรงขึ้น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ระหว่างประเทศ จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ 🔹 2. ประเทศไทยขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ นโยบายระดับชาติ การบริหารจัดการระดับลุ่มน้ำ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เช่น Big Data, AI และ IoT ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบกระจายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมเมือง และการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ขณะที่ทิศทางในอีก 12 ปีข้างหน้า จะให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพน้ำประปา การรองรับพื้นที่เศรษฐกิจ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) และการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ไขปัญหา (Nature-based Solutions) 🔹 3. การบริหารจัดการน้ำกำลังเปลี่ยนจาก Reactive สู่ Proactive Management ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ (NWCC) นำเสนอการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ โดยมีโครงข่ายสถานีวัดน้ำฝนมากกว่า 6,000 แห่ง และสถานีวัดระดับน้ำมากกว่า 3,200 แห่ง รวมถึงการใช้เรดาร์ ดาวเทียม และแบบจำลองพยากรณ์น้ำล่วงหน้า 7 วัน ทิศทางสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Data Gateway ร่วมกับ Machine Learning และ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ การจัดสรรน้ำ และการเตือนภัยล่วงหน้า ทั้งระดับชาติ ลุ่มน้ำ และท้องถิ่น 🔹 4. เทคโนโลยีต้องตอบโจทย์พื้นที่และประชาชน นวัตกรรมดิจิทัล เช่น ระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบ Real-time ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ AI จะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ความพร้อมของหน่วยงาน และความต้องการของประชาชน เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ต้องสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำได้จริง 🔹 5. จาก Policy to Action ต้องใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่กับการมีส่วนร่วม ประเทศไทยมีกรอบนโยบายด้านน้ำที่เข้มแข็ง แต่ความท้าทายคือการเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ในระดับพื้นที่ ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ ✅ Actionable Science ใช้ข้อมูลและงานวิจัยที่นำไปปฏิบัติได้จริง ✅ Co-creation & Local Ownership ร่วมออกแบบแนวทางแก้ปัญหากับชุมชน ✅ Scaling Up ขยายผลจากโครงการนำร่องสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ✅ Long-term Partnerships สร้างความร่วมมือระยะยาวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ 💡 บทสรุปสำคัญจากเวที AWC อนาคตของการบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่เพียงการสร้างแหล่งน้ำหรือเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องพัฒนาไปสู่ Smart, Integrated and Climate-Resilient Water Management ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้ากับการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ “จากข้อมูลสู่การตัดสินใจ จากนโยบายสู่การปฏิบัติ และจากความร่วมมือสู่ความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน”
ข่าวประชาสัมพันธ์
นายรสุ สืบสหการ (ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน และผู้อำนวยการวิทยาลัยการชลประทาน) พร้อมผู้แทนองค์การนิสิตวิทยาลัยการชลประทาน รับมอบไฟถนน Solar Cell พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 15 ชุด จากศิษย์เก่าวิทยาลัยการชลประทาน รุ่น 52 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสถาบันฯ ที่กำหนดแนวทางการพัฒนา ให้เป็นพื้นที่ลดใช้พลังงาน ตามนโยบาย CFO Carbon Footprint of Organization (คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร) คือการประเมินและวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่องค์กรปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ในรอบ 1 ปี ของหน่วยงาน ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้เป็นการเน้นไปที่การใช้พลังงานสะอาด และลดการใช้พลังงาน เพื่อมุ่งสู่องค์กรสีเขียวต่อไป
ข่าวประชาสัมพันธ์
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 69 นายรสุ สืบสหการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน พร้อมด้วย นางสาวลพรรณพลอย ชาวเรือ ผู้อำนวยการส่วนถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการชลประทาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแผนพัฒนาบุคลากร กรมชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมดงตาล อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันพิจารณาโครงการและหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะและยกระดับศักยภาพกำลังคนของกรมชลประทานให้พร้อมขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
กรุณาลองส่งอีกครั้งหรือสักพัก เพื่อทำการส่งใหม่
ทางหน่วยงานขออภัยในความไม่สะดวก
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการยกเลิกรับข่าวสารสำเร็จ
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง