กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

สถาบันพัฒนาการชลประทาน เข้าร่วมสัมมนาเชิงเทคนิคด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภายใต้กรอบการประชุมสภาน้ำแห่งเอเชีย (AWC)

03 พฤศจิกายน 2569

0

0

(วันนี้)นายรสุ สืบสหการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน พร้อมด้วยบุคลากร เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงเทคนิค (Technical Seminar) ภายใต้กรอบการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาน้ำแห่งเอเชีย (Asia Water Council: AWC) ครั้งที่ 25–26 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร การสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานด้านชลประทานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

แหล่งที่มา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นล่าสุด

ข่าวประชาสัมพันธ์

Asian Water Council (AWC) | จากนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่ออนาคตการบริหารจัดการน้ำของเอเชีย

Asian Water Council (AWC) | จากนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่ออนาคตการบริหารจัดการน้ำของเอเชีย เมื่อวิกฤตน้ำจาก Climate Change ทวีความรุนแรงขึ้น การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจึงต้องอาศัยมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องผสาน “นโยบาย ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือ” เข้าด้วยกัน นายรสุ สืบสหการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน พร้อมด้วย นายสรายุทธ อิ่มใจ นายจำนง ภัทรวิหค และ นางสาวมลจิรา ทองเทพ เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการ (Technical Seminar) ภายใต้การประชุม Asian Water Council (AWC) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สะท้อนแนวโน้มและทิศทางสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 🔹 1. ความร่วมมือระดับภูมิภาค คือกุญแจสำคัญของความมั่นคงด้านน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้หลายประเทศในเอเชียเผชิญอุทกภัย ภัยแล้ง และปัญหาคุณภาพน้ำที่รุนแรงขึ้น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ระหว่างประเทศ จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ 🔹 2. ประเทศไทยขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ นโยบายระดับชาติ การบริหารจัดการระดับลุ่มน้ำ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เช่น Big Data, AI และ IoT ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบกระจายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมเมือง และการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ขณะที่ทิศทางในอีก 12 ปีข้างหน้า จะให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพน้ำประปา การรองรับพื้นที่เศรษฐกิจ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) และการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ไขปัญหา (Nature-based Solutions) 🔹 3. การบริหารจัดการน้ำกำลังเปลี่ยนจาก Reactive สู่ Proactive Management ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ (NWCC) นำเสนอการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ โดยมีโครงข่ายสถานีวัดน้ำฝนมากกว่า 6,000 แห่ง และสถานีวัดระดับน้ำมากกว่า 3,200 แห่ง รวมถึงการใช้เรดาร์ ดาวเทียม และแบบจำลองพยากรณ์น้ำล่วงหน้า 7 วัน ทิศทางสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Data Gateway ร่วมกับ Machine Learning และ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ การจัดสรรน้ำ และการเตือนภัยล่วงหน้า ทั้งระดับชาติ ลุ่มน้ำ และท้องถิ่น 🔹 4. เทคโนโลยีต้องตอบโจทย์พื้นที่และประชาชน นวัตกรรมดิจิทัล เช่น ระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบ Real-time ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ AI จะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ความพร้อมของหน่วยงาน และความต้องการของประชาชน เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ต้องสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำได้จริง 🔹 5. จาก Policy to Action ต้องใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่กับการมีส่วนร่วม ประเทศไทยมีกรอบนโยบายด้านน้ำที่เข้มแข็ง แต่ความท้าทายคือการเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ในระดับพื้นที่ ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ ✅ Actionable Science ใช้ข้อมูลและงานวิจัยที่นำไปปฏิบัติได้จริง ✅ Co-creation & Local Ownership ร่วมออกแบบแนวทางแก้ปัญหากับชุมชน ✅ Scaling Up ขยายผลจากโครงการนำร่องสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ✅ Long-term Partnerships สร้างความร่วมมือระยะยาวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ 💡 บทสรุปสำคัญจากเวที AWC อนาคตของการบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่เพียงการสร้างแหล่งน้ำหรือเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องพัฒนาไปสู่ Smart, Integrated and Climate-Resilient Water Management ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้ากับการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ “จากข้อมูลสู่การตัดสินใจ จากนโยบายสู่การปฏิบัติ และจากความร่วมมือสู่ความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน”

ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันพัฒนาการชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน รับมอบไฟถนน Solar Cell จากศิษย์เก่าวิทยาลัยการชลประทาน

นายรสุ สืบสหการ (ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน และผู้อำนวยการวิทยาลัยการชลประทาน) พร้อมผู้แทนองค์การนิสิตวิทยาลัยการชลประทาน รับมอบไฟถนน Solar Cell พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 15 ชุด จากศิษย์เก่าวิทยาลัยการชลประทาน รุ่น 52 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสถาบันฯ ที่กำหนดแนวทางการพัฒนา ให้เป็นพื้นที่ลดใช้พลังงาน ตามนโยบาย CFO Carbon Footprint of Organization (คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร) คือการประเมินและวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่องค์กรปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ในรอบ 1 ปี ของหน่วยงาน ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้เป็นการเน้นไปที่การใช้พลังงานสะอาด และลดการใช้พลังงาน เพื่อมุ่งสู่องค์กรสีเขียวต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันพัฒนาการชลประทาน ร่วมประชุมพิจารณาแผนพัฒนาบุคลากร กรมชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 69 นายรสุ สืบสหการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการชลประทาน พร้อมด้วย นางสาวลพรรณพลอย ชาวเรือ ผู้อำนวยการส่วนถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการชลประทาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแผนพัฒนาบุคลากร กรมชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมดงตาล อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันพิจารณาโครงการและหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะและยกระดับศักยภาพกำลังคนของกรมชลประทานให้พร้อมขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป